วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2556

นิทาน E-Book เรื่อง ตามล่าหา ฃ ฅ ผลงานของ น.ส พรรษศิริ วงษ์จันทร์นา รหัส 543410010312 วิชา นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา


ไฟล์ pdf นิทาน e-book สามารถอัปโหลดไปใช้เป็นสื่อการสอนได้
















นิทานจบแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตาม

หลักในการผลิตสื่อของ ADDIE Model
1. Analysis 
นิทานเรื่อง  เรื่องตามล่าหา ฃ ฅ
มีวัตถุประสงค์เพื่อ
 1.เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการเรียนรู้ภาษาไทย
2.เพื่อให้ผู้อ่านได้ตระหนักและอนุรักษ์คุณค่าของภาษาไทย
3.เพื่อความเพลิดเพลินในการเสริมสร้างกาเรียนรู้ที่ดี
กลุ่มเป้าหมาย
 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 ขึ้นไป
รูปแบบการนำเสนอ  กลยุทธ์  การดึงดูดความสนใจ
-                   เป็นนิทานเนื้อหาสั้นกะทัดรัด อ่านเข้าใจง่าย
-                   เนื้อหาไม่ซับซ้อนตรงไปตรงมา
-                   ตัวละครวาดเป็นการ์ตูนน่ารัก เพื่อดึงดูดความสนใจ
-                   การดำเนินเรื่องต่อเนื่องเป็นฉากชวนติดตาม
  

2. Design
แบบร่าง  โครงร่าง 
ตัวละครหลักมีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน คือ
1.แม่
2. มีนา

โครงเรื่อง
ด.ญ.มีนาเธอเป็นเด็กขี้สงสัย เมื่อเธอมีคำถาม มาถามแม่ว่า “พยัญชนะตัว ฃ ฅ ทำไมไม่ถูกนำมาใช้ค่ะ” เรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นตรงนี้นี่เอง
            แม่ของมีนาเป็นคนไขข้อสงสัยให้กับมีนา ถึงเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมด


3. Development     
วิธีการทำ
1.            คิดโครงเรื่อง ร่างพอเป็นแบบ วางแผนโครงเรื่องในแต่ละหน้า

2.            แบบร่างโครงเรื่อง

3.            เตรียมอุปกรณ์การ  มีดังนี้
-ดินสอ ปากกา
-ไม้บรรทัด
-ยางลบ
-กระดาษ A4


4.ลงมือวาดตามโครงเรื่องที่กำหนดไว้แล้ว   



5.แสกนหรือถ่ายรูป ตามหน้าที่จัดเรียง
6.เมื่อได้เป็นไฟล์ภาพมาแล้ว นำมาปรับแต่งด้วยโปรแกรม photoshop ให้สวยงาม
7.นำภาพที่ได้  สร้างลงใน blogger และเผยแพร่
8.นำภาพที่เป็นไฟล์ .jpg แปลงเป็น ไฟล์ .pdf
9.นำไฟล์ .pdf ที่ได้จัดเรียงให้เป็นภาพต่อกันด้วยโปรแกรม Image to PDF Converter
Download
10. จากนั้นจะได้เป็นหนังสือนิทาน E-Book แล้วนำไปเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ และ
สามารถนำไปเป็นสื่อการสอนได้


4. Implementation
กลุ่มเป้าหมาย
สามารถใช้ได้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป เพราะเป็นความรู้ในภาษาไทยเกี่ยวพยัญชนะภาษาไทย ที่ทุกคนอาจไม่ทราบความเป็นมากที่จริง จึงเหมาะแก่บุคคลทั่วไป เพราะมีเนื้อหาสร้างสรรค์และให้ความรู้ทางภาษาไทย
ช่องทางที่จะนำไปเผยแพร่
สามารถนำไปเผยแพร่ได้หลากหลายช่องทาง ดังนี้
            1.ทาง you tube เพราะเป็นช่องทางที่ผู้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย หลากหลายเพศและวัย
            2.ทาง face book
            3. ทาง blogger.com
            4. ทาง twitter
            5.ทาง Intagram


  
5. Evaluation
การประเมินผลวัดผล
การวัดประเมินผลใช้แบบประเมินในการวัดผล จากกลุ่มตัวอย่าง ของนักศึกษาสาขาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ ปี 3  หมู่ 3 จำนวน 15 คน
เกณฑ์การประเมิน คือ 
มากที่สุด           =                   5                      คะแนน
มาก                  =                     4                      คะแนน
ปานกลาง        =                      3                      คะแนน
 น้อย                =                      2                      คะแนน
น้อยที่สุด          =                     1                      คะแนน
ผลการประเมิน
จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน  15 คน
มากที่สุด                     =                      95        คะแนน
มาก                             =                      17        คะแนน
ปานกลาง                    =                       0         คะแนน
 น้อย                            =                      0          คะแนน
น้อยที่สุด                      =                     0          คะแนน
สรุปผลการประเมิน

            จากการนำสื่อหนังสือนิทาน e-book เรื่องตามล่าหา ฃ ฅ ไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 15 คนผลที่ได้รับ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ผู้อ่านเกิดความเข้าใจ พึงพอใจ และให้ความเห็นว่าเป็นนิทานที่ให้ความเพลิดเพลินพร้อมความรู้ที่ทางภาษาไทยได้อย่างดี

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความเกียจคร้านในการเรียน

ความเกียจคร้านในการเรียน



ความหมาย  ขี้เกียจ  หลีกเลี่ยงงาน  ไม่อยากทำงาน
สำนวน   “ขี้เกียจสันหลังยาว”
ข้อคิด    “คนเกียจคร้านไม่คิดขวนขวายหรือสะสมไว้แต่เมื่อแรก ย่อมถึงคราวขัดสนเมื่อภายหน้า”
“ความเฉื่อยชา เป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จ”
“อย่าปล่อยให้วัน เวลาผ่านไป โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเลย”

ประโยชน์ของการไม่เกียจคร้าน
1.ทำให้เรารู้จักรับผิดชอบหน้าที่ หรืองานที่ได้รับมอบหมาย
2.ชีวิตมีระเบียบ  มีวินัย และรู้จักใช้เวลาให้เกิดประโยชน์กับ ตัวเรา และผู้อื่น
3.ทำให้เราเป็นคนกระตือรือร้น ขยันหมั่นเพียร
4.มีหลักฐานมั่นคง มีเกียรติ เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป
5.ประสบความสำเร็จ และมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตการงาน   ชีวิตมีความสุข

โทษของการมีความเกียจคร้าน
1.ทำให้เราเสียการเสียงาน กลายเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่ง
2.ชีวิตวุ่นวาย  ไม่เป็นที่เชื่อถือของคนอื่น
3.ทำให้เกิดยากจน ขัดสน
4.อาจหันไปประกอบอาชีทุจริตแทน
การหาความรู้ ความจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเข้าสถาบันการศึกษา แต่เราสามารถหาความรู้เพิ่มพูนปัญญาของตนเองได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะหากยิ่งเรารู้มากแค่ไหนประโยชน์ต่าง ๆ ก็จะเกิดกับเรามากขึ้นแค่นั้น

คนที่เรียนเก่งมักจะบอกว่าตนไม่ค่อยรู้อะไรมาก และพวกเขาก็จะหาความรู้มาใส่สมองอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งแหล่งความรู้ ไปทางไหนก็มีให้เก็บเกี่ยวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด อินเตอร์เน็ต นิตยสาร หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ เป็นต้น ความรู้เหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลทางวิชาการเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อาจจะเป็นการพบไอเดียใหม่ ๆ ความบันเทิง ดนตรี เพลง หรืออะไรก็ได้ ที่จะช่วยพัฒนาความรู้และสติปัญญาของเรา

การเป็นคนที่ไม่ขาดความรู็จะทำให้เราทันโลก ทันเหตุการณ์และไม่มีทางตกข่าว ส่วนการเรียนของเราก็จะฝึกคิดได้มากขึ้น สามารถนำสิ่งต่าง ๆ มาเรียงร้อยเป็นข้อความใช้ในการตอบข้อสอบได้อีกด้วย